2005/Nov/07


"ปิศาจแดง"แมนฯยูไนเต็ดยุติสถิติไร้พ่ายของเชลซีที่นำโดยโจเซ่ มูรินโญ่กุนซือปากตระไกลงอย่างราบคาบไว้ที่ 39 นัดหลังเจอลูกโขกย้อยพิสดารของดาร์เรน เฟลทเชอร์เสียบเสาสองตั้งแต่นาทีที่ 31 เอาชนะไปหวุดหวิด 1-0 พร้อมทั้งแซงอาร์เซนอลขึ้นมาอยู่อันดับสามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แมนฯยูไนเต็ด 1-0 เชลซี

สนาม : โอลด์ แทรฟฟอร์ด

ประตู : 1-0 ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ น.31

ผู้ชม: 67,864 คน


เปิดเกมมาทั้งคู่บุกใส่กันทันทีเพื่อตอบสนองความต้องการแฟนบอลที่เข้ามาเกือบเต็มความจุ นาทีที่ 8 ฟาน เดอร์ ซาร์ ต้องออกแรงก่อน ด้วยการเซฟลูกกระดกข้ามของ ดร็อกบา ที่เกือบข้ามศีรษะไปแล้ว



นัดนี้ด้านขุนพล "เรด เดวิล" ถือว่าเก็บบอลได้เหนือกว่า และมี โรนัลโด้ เป็นตัวเปลี่ยนบอลชั้นดี อีกทั้งฉายฟอร์มเด่นทีเดียว อีก 10 นาทีต่อมา รูนี่ย์ ไหลบอลย้อนจากเส้นหลังไปให้ สโคลส์ วิ่งซัดจากแถวสองแบบไม่จับ บอลไซ้ไม่พอหลุดเสาไปชนิดแฟนใน "เธียร์เตอร์ ออฟ ดรีม" ครางฮือ

แม้จะเป็นเกมเร็วที่แผงมิดฟิลด์ต่างทำงานอย่างหนัก และทุ่มเทสุดๆ ในทุกจังหวะ แต่ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ยังนิ่งที่สกอร์ 0-0

แต่ทว่านาทีถัดมา เสียงเชียร์ของบรรดาแฟน ปีศาจแดง ก็มาดังกระหึ่ม เมื่อทีมขยับสกอร์ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ โรนัลโด้ เปิดข้ามจากฝั่งซ้ายนอกกรอบ มาที่เสาแรก เฟล็ตเชอร์ ที่กะจะโหม่งตั้งไปให้เพื่อน แต่บอลดันเป็นใจย้อยมุดเสียบใต้คาน ชนิดที่ เทอร์รี่ ตามไปสกัดไว้ไม่ทัน

ก่อนจบ 45 นาที โคล ไหลบอลจากแดนตัวเองไปให้ ดร็อกบา วิ่งแข่งกับ ซิลแวสตร์ แต่หอก ไอเวอรี่ โคลต์ ถูกบีบไปทางเดียวทำให้ซัดข้าข้างตาข่ายเท่านั้น ครึ่งแรก 1-0

ลงมาสู้กันใหม่ในครึ่งหลัง ทั้งสองทีมไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินเกมรุกใส่กันทันที ผ่านไป 9 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดโอกาสหนีไปเป็น 2-0 เมื่อ เฟล็ตเชอร์ คนใส่สกอร์แรกไหลไปให้ ฟาน นิสเตลรอย วิ่งเข้ายิงทันที แต่ลูกเหินโด่งขึ้นอัฒจันทร์

นาที 63 หลังจากไล่เตะคู่ต่อสู้ไปทั่ว จังหวะล่าสุดที่ สมิธ ไปฟาวล์ใส่ กุ๊ดยอห์นเซ่น คราวนี้ โพลส์ ไม่ปราณี ควักใบเหลืองให้กับ อดีตดาวเตะลีดส์ ซึ่งเป็นใบแรกของผีแดง

ต่อจากนั้นกลายเป็นยอดทีมจากลอนดอนที่โหมบุกอย่างต่อเนื่อง นาที 68 แววจะกลับมาสู่เกมได้เหมือนกัน หากจังหวะที่ แลมพาร์ด ตามซ้ำ ลูกยิงของ ดร็อกบา จ่อๆไปถูก ฟาน เดอร์ ซาน ที่ดีกว่าเซฟเอาไว้ได้

แม้แฟนเจ้าถิ่นจะคร่าคร่ำพร้อมเสียงโห่ใส่ แต่ทว่า สถานการณ์ของ เชลซี ที่กำลังต้องการประตูเพื่อไม่กลับบ้านมือเปล่านั้น กดดัน แผงหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ชัดเจน นาที 74 แลมพาร์ด หลุดกัปดักล้ำหน้า จากลูกชุลมุนหน้าประตู แต่จังหวะยิงช้า ทำให้ต้องไปเซ็ตบอลกันใหม่

ก่อนจบเกม 6 นาที รูนี่ย์ น่าจะยิงประตูฝังจากระยะ 18 หลา ดับความอหังการ ของ ทีมของ มูรินโญ่ แต่บอลไปแฉลบขา แฟร์ไรร่า ออกหลังไป

แต่เวลาที่เหลือเชลซีเจอทีเด็ดทีมเยือนที่ลงไปตั้งรับเหนียวแน่นและเคลียร์บอลออกมาพ้นเขตอันตรายทุกจังหวะจบเกม 90 นาทีเบียดเอาชนะไปอย่างสะใจ 1-0 ขึ้นมาอยู่ที่สามตามหลังเชลซีเหลือเพียง 10 แต้มเท่านั้น

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม/คะแนนความสามารถ

แมนฯยูไนเต็ด (4-3-3) : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 8,จอห์น โอเช 7,เวส บราวน์ 7,ริโอ เฟอร์ดินานด์ 8,มิกาเอล ซิลแวสตร์ 7,ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ 7,อลัน สมิธ 9,พอล สโคลส์ 6,เวย์น รูนี่ย์ 7,รุด ฟาน นิสเตลรอย 6 (ปาร์ค จี-ซอง ,6น.82 ),คริสติอาโน่ โรนัลโด้ 7

สำรองไม่ได้ลงสนาม: ทิม ฮาวเวิร์ด,คีแรน ริชาร์ดสัน,ฟิลลิป บาร์ดสลี่ย์,จูเซปเป้ รอสซี่

ใบเหลือง : อลัน สมิธ น.63,คริสติอาโน่ โรนัลโด้ น.65ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ น.67

เชลซี(4-3-3) : ปีเตอร์ เช็ก 7,เปาโล แฟร์ไรร่า 7, วิลเลี่ยม กัลลาส 7,จอห์น เทอร์รี่ 7,อซิเอร์ เดล ออร์โน่ 7 (คาร์ลตัน โคล,6 น.7,มิกาเอล เอสเซียง 6,โคล้ด มาเกเลเล่ 7(ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น น.55),แฟรงค์ แลมพาร์ด 8,โจ โคล 6 (ฌอน ไรท์ ฟิลลิปส์,6 น.74),ดิดิเยร์ ดร็อกบา 7,เดเมี่ยน ดัฟฟ์ 6

สำรองไม่ได้ลงสนาม: ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่,คาร์โล คูดิชินี่

ใบเหลือง :ดิดิเยร์ ดร็อกบา น.60,เปาโล แฟร์ไรร่า น.66ฅวิลเลี่ยม กัลลาส น.79,โคล้ด มาเกเลเล่ น.90

ผู้ตัดสิน : เกรแฮม โพลล์

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ www.soccersuck.com

Comment

Comment:

Tweet